xxx การละเล่นของชาวไทยเขมร บุรีรัมย์ - Mahidol Cultural Mapping Project
header image
รู้จักกับเรา arrow ชาติพันธุ์&ภาษา arrow จ.บุรีรัมย์ arrow การละเล่นของชาวไทยเขมร บุรีรัมย์
การละเล่นของชาวไทยเขมร บุรีรัมย์ Print E-mail
15 พ.ย. 2006 11:45น.

การละเล่นและการแสดงพื้นเมืองของชาวไทยเขมร จ.บุรีรัมย์

จ.บุรีรัมย์แหล่งที่มีการละเล่นพื้นบ้านที่สำคัญ ได้แก่ อ.ประโคนชัย  ทั้งการแสดงพื้นบ้านในพิธีกรรมรักษาคนไข้เรียกว่า เรือนปันโจลหรือรำเทพประทับทรง เรือมตลอกหรือรำกะลา เรือมก็อนเตียลหรือรำทอเสื่อ เรือมจับกรับ (จารีรัตน ปรกแก้ว และคณะ ใน เอกสารวิชาการราชภัฎบุรีรัมย์ฉบับปฐมฤกษ์  มหกรรมวัฒนธรรม 2541, 2541 : 30)

 

ลิเกเขมร

โดยเฉพาะที่ อ.ประโคนชัย  คณะที่นิยมมาแสดงบ่อย ๆ คือ คณะของตาเผือก  ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านไทร  การเล่นเหมือนลิเกทั่วไป  แต่ลิเกเขมรจะใช้ดนตรีเฉพาะรำมะนาเท่านั้น  เรื่องที่แสดงส่วนมากเป็นเรื่องจักร ๆ วงศ์ๆ  เช่น จันทโครพ  ลักษณวงศ์ สุวรรณล่องลอย ฯลฯ บทร้องเป็นภาษาเขมรทั้งหมด (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 : 132)

 

การเล่นกันตร๊อบเมือน หรือ ปรบไก่

เป็นการละเล่นที่นิยมมากในงานเผาศพขึ้นบ้านใหม่ บวชนาค  ฉลองพระปีใหม่เป็นต้น  คล้ายการร้องเพลงโคราช  แบ่งผู้เล่นเป็นฝ่ายชายฝ่ายหญิง  ข้างละ2-3 คน ร้องเป็นนิทานเกี้ยวพาราสี บทตลกเฮฮา  อวยพร  แต่ไม่มีดนตรีประกอบ  มีเฉพาะการปรบมือและตีจังหวะเท่านั้น  การละเล่นชนิดนี้เกิดขึ้นในกัมพูชา  มาเผยแพร่ครั้งแรกที่ อ.บ้านกรวดแล้วค่อยขยายไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ จนทั่ว อ.ตะลุง ซึ่งปัจจุบันคือ อ.ประโคนชัยจนกลายเป็นการละเล่นพื้นบ้านของที่นี่ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  133)

 

มโหรีเขมร

มโหรีเขมรของป้าพลอยลาดประโคนและป้าคำเรียบ สุทันรัมย์  แห่งบ้านสะเดาต.สะเดา อ.พลับพลาชัย  จ.บุรีรัมย์  เป็นวงดนตรีที่สืบเชื้อสายมาจากราชสำนักเขมร เนื่องจากคุณพ่อของป้าพลอยและป้าคำเรียบอพยพมาจากประเทศกัมพูชาเกือบสองชั่วอายุคน  เครื่องดนตรีที่ใช้ ได้แก่ จะเข้ กระจับปี่(จับเปย) ซอ กระดงเต่า กลอง ปี่ กรับ ล้วนแล้วแต่ประดิษฐ์ขึ้นเองทั้งสิ้น  ทุกคนในวงดนตรีล้วนแต่เป็นญาติพี่น้องกันทั้งสิ้น  มีอาชีพทำไร่ ทำนา จะรวมตัวกันเมื่อมีการออกงานหรือมีการว่าจ้าง  งานที่รับมักเป็นงานเกี่ยวกับพิธีกรรม  ทรงเจ้าเข้าผี งานมงคลต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานแต่ง เป็นลักษณะงานที่มีแบบแผนประเพณีที่จำเป็นต้องมีวงมโหรีประกอบ (องค์บรรจุน  ศิลปวัฒนธรรม  ปีที่ 26 ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2547 หน้า 64-65)

Image 

 

เพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็กที่มีชื่อเสียงของจ.บุรีรัมย์ คือ เพลงกล่อมเด็ก ของ ป้าพลอย ลาดประโคน  ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย (จารีรัตน ปรกแก้ว และคณะใน เอกสารวิชาการราชภัฎบุรีรัมย์ ฉบับปฐมฤกษ์ มหกรรมวัฒนธรรม 2541, 2541 : 31)

 

การร้องเพลงอมตูก (พายเรือ)  อุปกรณ์การเล่นมีกลอง  ขลุ่ย

การร้องเพลงกันเจก(กันจันเจกะเขียดตาปาด) เป็นการร้องเล่นสนุกสนาน ขณะที่ร้องจะเต้นไปด้วย

การร้องกำแป็ดแปแล  นิยมร้องเวลามีคนมารวมกันมาก ๆเพื่อความสนุกสนาน

การร้องอายัย  มีลักษณะเดียวกันกับการร้องกำแป็ดแปแล  มีเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ขลุ่ย ซอ กลอง ฯลฯ

(คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  133-134)

 

การแสดงนาฏศิลป์  ได้แก่

เรือมจับกรับ หรือ รำจับกรับ 

เป็นการแสดงพื้นบ้านชนิดหนึ่ง  การแสดงมีทั้งชายและหญิง  ทุกคนถือกรับประกอบการแสดง  เดิมเป็นการแสดงไม่มีรูปแบบ คือมีการเล่นกรับประกอบกับการรำ ภายหลังสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ร่วมกับภาควิชานาฏศิลป์ได้นำการละเล่นนี้มาฟื้นฟูและมีการจัดรูปแบบเป็นของตนเองมากขึ้น  ใช้แสดงในการรื่นเริงและงานประจำปี  เพลงที่ใช้ในการแสดงมีลักษณะเป็นเพลงพื้นบ้านของอีสานใต้เช่น เพลงอายัย  เพลงกันตุ๊บ  เพลงปะการันเจก (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  135-136)

 

เรือมก็อนเตียบ (ระบำเสื่อ) 

การทอเสื่อเป็นอาชีพพื้นบ้านอย่างหนึ่งของคนอีสาน  หมู่บ้านโคกเมืองเป็นที่ ๆมีการทอเสื่อสวยงามมาก ทางวิทบาลัยครูบุรีรัมย์ ภาควิชานาฏศิลป์ จึงคิดจะเผยแพร่ขั้นตอนการทอเสื่อโดยคิดประดิษฐ์เป็นการแสดงชุดนี้  ขั้นตอนการแสดงมีตั้งแต่การชักชวนไปถอนกก  นำมาล้าง ตัดกก  เหลากก  มัดกก ตาก  แล้วนำมาทอ การแสดงไม่มีอุปกรณ์แต่ใช้ลีลาท่าทางในการสื่อ  ใช้ดนตรีพื้นเมืองในวงกันตรึม  และใช้เพลง แฮเนี้ยก (แห่นาค) ประกอบ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  136)

 

เรือมตลอก (รำกะลา) 

สืบเนื่องมาจากความนิยมในการปลูกมะพร้าวกันทุกบ้านในแถบอีสานใต้  แต่การปลูกมะพร้าวในภาคอีสานนั้นปลูกยาก  ต้องคอยเอาใจใส่เป็นพิเศษ  การระบำกะลาเป็นที่นิยมมากในสมัยโบราณ  แต่ปัจจุบันค่อย ๆ สูญหายไป  ศูนย์วัฒนธรรมจึงมีโครงการศึกษารวบรวมท่ารำมาปรับปรุงให้เข้ากับลักษณะท้องถิ่น การรำชนิดนี้เป็นลักษณะของการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมแถบชายแดนติดต่อระหว่างเขมรไทย  การสืบค้นจึงสืบค้นจากศิลปินเขมรหรือคนเขมรที่เข้ามาอยู่ในไทยเช่น ที่ค่ายสันติสุข อ.บ้านกรวด และจากคุณป้าละม่อม เคยเป็นศิลปินเขมร  เข้ามาอยู่ที่ประโคนชัย (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  137-138)

 

เรือมปันโจล

เป็นการแสดงพื้นบ้านที่แทรกอยู่ในพิธีกรรมบองบ๊อด (รักษาคนไข้) (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 :  139)

 

กันตรึม 

เดิมใช้สำหรับขับประกอบการเซ่นบวงสรวงเวลามีการทรงเจ้าเข้าผี ปัจจุบันใช้เล่นเพื่อความบันเทิงและได้รับความนิยมมาก ความไพเราะอยู่ที่เสียงของผู้ร้องและความไพเราะของดนตรี (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ,2544 :  142)


User Comments
Please login or register to add comments

Last Updated ( 05 มี.ค. 2009 22:17น. )
Statistics
Visitors: 226243
Who's Online
We have 30 guests online