xxx การทอผ้าไหมมัดหมี่พื้นเมือง - Mahidol Cultural Mapping Project
header image
รู้จักกับเรา arrow ภูมิปัญญา arrow จ.บุรีรัมย์ arrow การทอผ้าไหมมัดหมี่พื้นเมือง
การทอผ้าไหมมัดหมี่พื้นเมือง Print E-mail
15 พ.ย. 2006 16:01น.

การทอผ้ามัดหมี่ของชาวบุรีรัมย์ใช้ลายเก่าแก่ดั้งเดิมที่สืบทอดต่อๆ กันมา  และมีการพัฒนาลายใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อความแปลกใหม่และสวยงาม เหมาะกับความต้องการของตลาด  แต่ไม่ว่าจะพัฒนาลายไปมากน้อยเพียงใด  ลายดั้งเดิมยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของลายประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นอยู่นั่นเอง  จากการสอบถามผู้สูงอายุที่มีอาชีพทอผ้าในท้องถิ่นถึงที่มาของลายผ้า  พบว่าต้นแบบมาจากพืช  ส่วนของต้นพืช  สัตว์  และเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน  ซึ่งบางอย่างสูญหายไปแล้ว  เนื่องจากไม่มีการสืบทอด  แต่ยังปรากฏต้นเค้าอยู่บนลายมัดหมี่ 

ผ้ามัดหมี่  แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

- มัดหมี่ธรรมดา  เดิมนิยมทอเป็นผ้าซิ่น   เน้นการเพิ่มลวดลายที่ตีนซิ่นให้สวยงาม  ปัจจุบันมีผู้นิยมนำผ้ามัดหมี่ไปตัดเป็นเสื้อผู้ชายและผู้หญิง  การมัดหมี่จึงนิยมมัดเชิงทั้ง 2 ด้านเหมือนกัน  เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยได้อย่างเต็มที่

- มัดหมี่ตีนแดง  หรือชาวบ้านเรียกว่า ซิ่นตีนแดง หรือ ซิ่นหมี่รวด  เป็นผ้าเอกลักษณ์ท้องถิ่นของชาวนาโพธิ์ พุทไธสง (อำเภอนาโพธิ์เดิมขึ้นกับอำเภอพุทไธสง)  ไม่มีในท้องถิ่นอื่น  หัวซิ่นและตีนซิ่นจะย้อมเป็นสีแดง  ตรงกลางเป็นพื้นดำ  มัดหมี่เล่นสีเหลือง แดง ขาว มีเขียวปนบ้าง  ลายที่ทอส่วนใหญ่เป็นลายเก่าดั้งเดิม  การทำซิ่นตีนแดงมีความยุ่งยากกว่ามัดหมี่ชนิดอื่นจึงไม่ค่อยนิยมทำกันและเกือบจะสูญหายไป  แต่ได้มีการนำซิ่นชนิดนี้ไปแสดงในงานนิทรรศการสมบัติอีสานใต้ ครั้งที่ 2 และทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้ใช้ซิ่นชนิดนี้สำหรับนักแสดงนาฏศิลป์ตั้งแต่นั้นมา  และมีการร่วมรณรงค์ให้หันมาผลิตและใช้แต่งกายในงานประเพณีสำคัญ เช่น บุญบั้งไฟ และลอยกระทง อีกครั้ง  จึงทำให้ซิ่นตีนแดงกลับมาเป็นที่นิยมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนนาโพธิ์อย่างงดงาม

- มัดหมี่คั่นข้อ  ชาวบ้านเรียก ซิ่นคั่น  เป็นการทอมัดหมี่ลายเล็ก ๆ สลับกับไหมสี หรือ ไหมควบ  นิยมทำลายนกน้อย นาคน้อย กีบบักบก ลายโคมต่าง ๆ นิยมใช้ในหมู่ผู้หญิงสูงอายุ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 215-218)

ลายและต้นแบบต่าง ๆ ของมัดหมี่มีดังนี้ 

ลายบักจับ (กระจับ)  ต้นแบบมาจากฝักของกระจับที่ขึ้นในน้ำ 

ลายโคมห้า  ลายโคมเจ็ด  ลายโคมเก้า  ลายโคมสิบเอ็ด  ลายโคมสิบสาม  ลายโคมสิบเก้า  ลายโคมต่าง ๆ เหล่านี้  ต้นแบบมาจากโคมที่ชาวอีสานนิยมปล่อย  หรือจุดเวลาออกพรรษา เช่น มัดหมี่ห้าลำ เรียกว่า มัดหมี่เจ็ดลำ  เรียกว่า โคมเจ็ด  เป็นการเรียกตามมัดหมี่ที่มัด 

 นอกจากนี้ยังมีลายดอกแก้วหรือลายหน้าเสือ  มีต้นแบบมาจากต้นดอกแก้วหรือส่วนหน้าของเสือ  ลายแมงสีเสียด  เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยในน้ำ  ตัวเล็ก มีปีก  ชาวบ้านนิยมจับไปทำอาหาร  ลายขอก่องข้าว  ต้นแบบมาจากขอที่ใช้แขวนก่องข้าวในสมัยโบราณ  ด้านบนใช้เชือกผูกแขวนไว้กับหลังคาห้องครัว  ด้านล่างใช้แขวนก่องข้าว

  ลายแมงมุม  ลายกอตะไคร้  ลายขาเปีย  ต้นแบบมาจากขาเปียซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการกรอฝ้ายออกจากไนที่ใช้ในสมัยโบราณ 

 ลายงูเหลือม  ลายขอแคม้า  ต้นแบบมาจากแคม้า  แคม้า เป็นคำภาษาถิ่นอีสาน  ใช้เรียก บังเหียนม้า  ลายกีบบักบก  ต้นแบบมาจากเมล็ดต้นจบกเวลาผ่าซีก 

ลายเอี้ยเยี่ยวควายหรือลายง่องแง่งเยี่ยวควาย  ต้นแบบมีที่มาจากรอยควายตัวผู้เดินเยี่ยว  เป็นลายทางขวางนิยมทอเป็นหมี่ซิ่นคั่นข้อ  โดยใช้ลายกีบบักบกประกอบ 

 ลายนาคเกี้ยว  ต้นแบบมาจากบันไดโบสถ์หรือบันได้วัดในสมัยโบราณ  ซึ่งมักประดิษฐ์เป็นรูปตัวนาค  โดยหางนาคจะทอดลงมาจากตัวโบสถ์  หัวนาคจะอยู่บันไดขั้นสุดท้ายของวัดหรือโบสถ์  เป็นต้น

ลายต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นลายมัดหมี่ที่ทอกันมาแต่ดั้งเดิม  ปัจจุบันได้ถูกนำมาประยุกต์ใหม่  หรือไม่ก็ไม่นิยมทำกันแล้วมีรายละเอียดเกี่ยวกับลายและที่มา (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 194-197)

ปัจจุบันหมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ เป็นแหล่งทอผ้าไหมโดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่  ได้รับความสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการพัฒนาฝีมือให้ได้มาตรฐานทั้งรูปแบบ วิธีการผลิต ลวดลาย การให้สี จากศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (http://www.tat.or.th/thai/dl.php?province=49&region_id=4 accessed on 20/12/48
User Comments
Please login or register to add comments

Last Updated ( 22 ก.ค. 2007 14:37น. )
Statistics
Visitors: 226250
Who's Online
We have 69 guests online